เตรียมตัวไปเที่ยว

สอบถามข้อมูลท่องเที่ยว 1672

call2thai

ศูนย์บริการข่าวสารการท่องเที่ยว ททท. 1672

“ศูนย์บริการข่าวสารการท่องเที่ยว ททท. 1672 (TAT Call Center 1672) เปิดให้บริการทุกวัน ระหว่างเวลา 08.00-20.00น.
นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการได้ 3 รูปแบบ คือ รับข้อมูลท่องเที่ยวทางโทรสาร (Fax on demand) รับฟังข้อมูลจากระบบอัตโนมัติ (Audio Text) และบริการตอบข้อมูลทางโทรศัพท์โดยพนักงาน call center 1672 ซึ่งนักท่องเที่ยวจะเสียค่าบริการครั้งละ 3 บาท เฉพาะในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่วนผู้ที่โทรจากภูมิภาคเสียค่าโทรศัพท์แบบทางไกล หรือตามอัตราค่ามือถือของแต่ละบริษัท

ข้อมูลสำหรับนักท่องเที่ยว : แจ้งเหตุฉุกเฉิน
หน่วยงาน    เบอร์โทรศัพท์
แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย    191, 123
ศูนย์วิทยุจราจร    197
แจ้งเหตุเพลิงไหม้ ศูนย์ดับเพลิงศรีอยุธยา    199
สถานีวิทยุ จส. 100    1137
ศูนย์ส่งกลับและรถพยาบาล โรงพยาบาลตำรวจ    1691
ตำรวจท่องเที่ยว    1155
การท่องเที่ยว (ททท)    1162
ตำรวจทางหลวง    1193
เหตุฉุกเฉิน อาชญากรรม กองปราบปราม    1195
แจ้งเหตุทางน้ำ กองบัญชาการตำรวจ     1196
ศูนย์ควบคุมการจราจร    1197
แจ้งเหตุด่วนทางน้ำ ศูนย์ปลอดภัยทางน้ำ    1199
สายด่วนอาชญากรรม จังหวัดชายแดนภาคใต้     1340
ศูนย์ปลอดภัยกระทรวงคมนาคม    1356
หน่วยแพทย์กู้ชีวิต วชิรพยาบาล    1554
ศูนย์รับร้องทุกข์และป้องกันอุบัติภัย กทม.     1555
สถานีวิทยุ สวพ. 91    1644
แจ้งเหตุฉุกเฉิน อุบัติภัยสารเคมี กรมควบคุมมลพิษ    1650
แจ้งเจ็บป่วยฉุกเฉิน ศูนย์นเรนทร กระทรวงสาธารณสุข    1669
สถานีวิทยุชุมชน ร่วมด้วยช่วยกัน     1677
ศูนย์รับแจ้งข่าวยาเสพย์ติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ     1688
ศูนย์แจ้งอุบัติภัย กองทัพเรือ    1696
หน่วยกู้ชีวิตวชิรพยาบาล    4010, 4121
แจ้งเหตุฉุกเฉิน

______________________________________________________________

เตรียมตัวก่อนเที่ยว
ประเทศไทยนับได้ว่ามีที่เที่ยวมากมายหลายแห่ง ซึ่งเราสามารถที่จะเที่ยวที่หนึ่ง และเดินทางต่อไปอีกที่หนึ่งได้ การที่เราจะไปสัมผัสกับหลากหลายแหล่งท่องเที่ยวทั่วทุกภูมิภาคนั้น ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่บริสุทธิ์ สวยงาม แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ตลอดทั้งวิถีชีวิตที่ดั้งเดิมของแหล่งชุมชน แต่หากว่าการเที่ยวจะสมบูรณ์แบบไม่ได้เลย ถ้าเราไม่ได้ศึกษาข้อมูลมาก่อนว่าสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งเหมาะที่จะเที่ยว ในช่วงใด แบบนี้แล้วลองปฏิบัติตามข้อคิดเล็กๆเหล่านี้ก็น่าจะช่วยให้ทุกๆทริปในการเดินทางท่องเที่ยวของเรานั้นสนุก คุ้มค่าคุ้มเวลายิ่งขึ้น

1. ศึกษาข้อมูลของสถานที่และฤดูกาลที่เหมาะ

ศึกษาข้อมูลว่ามีอะไร อยู่ที่ไหน และน่าสนใจบ้าง กำหนดจุดหมายที่เราอยากจะไปเที่ยวรวมถึงฤดูกาลไหนที่เที่ยวได้เหมาะสม และสวยงามที่สุด ที่สำคัญศึกษาเส้นทางการเดินทางจากแผนที่ให้ชัดเจน เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางไปยังสถานที่แห่งนั้นอีกด้วย
-ฤดูฝน  ควรหลีกเลี่ยงตามเกาะแก่ง ถ้ำ ป่าเขารวมถึงน้ำตก เนื่องจากว่าเสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม
-ปลายฝนต้นหนาว  ดูจะเป็นช่วงที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวมากทีเดียวโดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นป่าเขา เพราะว่าป่าไม้ส่วนใหญ่ยังเขียวชอุ่ม น้ำตกก็ยังมีน้ำมาก และก็จะเป็นช่วงที่เริ่มมีดอกไม้ป่าให้เห็นกันด้วยรวมถึงพันธุ์ไม้บางชนิด เริ่มผลัดใบจึงมีสีที่สวยแปลกตา
-ฤดูหนาว  เป็นช่วงที่มีการเดินทางท่องเที่ยวที่คึกคักที่สุดเพราะช่วงฤดูหนาวแหล่ง ธรรมชาติดูจะสวยที่สุดและเหมาะมากสำหรับกลุ่มที่ชอบเที่ยวภูเขา ชมน้ำตก เดินป่าชมธรรมชาติ ดูนก เที่ยวพักผ่อนหมู่บ้านโฮมสเตย์รวมทั้งเที่ยวสถานที่เที่ยวอื่นๆด้วย
-ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธุ์-ปลายเดือนเมษายน  ช่วงนี้จะเหมาะกับการเที่ยวทะเลฝั่งอ่าวไทยมาก
-ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน-ปลายเดือนเมษายน  ช่วงนี้จะเหมาะกับการเที่ยวทะเลฝั่งอันดามัน และทะเลฝั่งตะวันออกมาก

2. ตรวจสอบเส้นทางการเดินทาง
การเดินทางไปเที่ยวป่าเขา น้ำตก ถ้ำ เดินป่า หมู่บ้านโฮมสเตย์ ทะเลสาบ ชายหาด ล่องแก่งรวมถึงหลายๆ สถานที่นั้นซึ่งบางสถานที่สามารถขับรถธรรมดาเข้าถึงได้เลย แต่บางเส้นทางต้องเป็นรถกะบะ 4WD เท่านั้นถึงจะเข้าไปยังสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนั้นได้ หรือว่าบางสถานที่ท่องเที่ยวก็ต้องอาศัยการเดินเท้า การนั่งช้าง นั่งเรือเป็นหลักเพราะฉะนั้นการเตรียมตัวเพื่อท่องเที่ยวแต่ละสถานที่ย่อม แตกต่างกันออกไปและหากมีการศึกษาเส้นทางของสถานที่เที่ยวก่อนและเราก็มีความพร้อมทั้งทางร่างกาย จิตใจ รวมทั้งอุปกรณ์ในการเดินทางและตรวจสอบสภาพรถในการเดินทางก็จะทำให้ให้เราไม่ ต้องเสียเวลาอีกด้วย

3. ปฏิบัติตามกฎระเบียบของเจ้าหน้าที่รวมทั้งเจ้าบ้านอย่างเคร่งครัด
สถานที่ท่องเที่ยวบางสถานที่มักจะมีกฎระเบียบและข้อห้ามที่เคร่งครัดอยู่เสมอ การศึกษาและปฏิบัติตามจะทำให้การเที่ยวของเราสนุกสนานและปลอดภัย

ข้อปฏิบัติในการเดินทาง ท่องเที่ยวทางน้ำ
การเดินทางท่องเที่ยวทางน้ำ ฤดูที่เหมาะสมควรเป็นฤดูหนาวและฤดูร้อนเพราะในฤดูฝนการเดินทางไม่สะดวก มีคลื่นลมเป็นอันตรายในการล่องเรือ

ข้อควรปฏิบัติ
1. ควรตรวจสอบสภาพอากาศ คลื่นลมล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง บนเส้นทางควรตรวจสอบวันเวลาน้ำขึ้น  ลงล่วงหน้าเพื่อความปลอดภัยและความสะดวกในการเดินเรือ
2. เลือกขนาด ประเภทของเรือให้เหมาะสมกับจำนวนคนที่เดินทาง ไม่บรรทุกน้ำหนักมากเกินขนาดเรือ
3. สวมเสื้อผ้าที่กระชับ รัดกุม น้ำหนักเบา แห้งง่าย สวมรองเท้าแตะที่ถอดง่าย เตรียมหมวก ร่มกันแดดและเสื้อแจ็คเก็ต ผ้ากันลม
4. เตรียมถุงพลาสติกหรือถุงกันน้ำ ใส่กล้องถ่ายรูปและอุปกรณ์ต่างๆเพื่อป้องกันการเปียกน้ำ
5. สวมเสื้อชูชีพ หรือเตรียมห่วงยางป้องกันอันตรายเมื่อพลัดตกลงน้ำหรือเรือล่ม
6. หากนำอาหารไปรับประทานในเรือ ควรเลือกอาหารที่สะดวกในการพกพา และนำขยะกลับมาทิ้งที่ฝั่ง ไม่ทิ้งขยะลงน้ำ
7. ถ้าพลัดตกจากเรือให้รีบว่ายน้ำเข้าหาเรือหรือว่ายเข้าฝั่ง
8. ไม่ควรล่องเรือขณะฝนตกหรือมีพายุ
9. ไม่หยอกล้อเล่นกันหรือเดินไปมาขณะล่องเรือ อาจทำให้เรือล่มได้
10.ไม่ล่องเรือในเวลากลางคืน เพราะมองเห็นเส้นทางไม่ชัดเจน อาจเกิดอันตรายได้

เตรียมตัวเที่ยวน้ำตก
1. ศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับน้ำตกที่จะเดินทางไปเที่ยวในทุกๆด้าน เช่น รายละเอียดเกี่ยวกับการเดินทาง สภาพเส้นทางและการเดินทางเข้าถึงตัวน้ำตก การขออนุญาตเจ้าหน้าที่พื้นที่ในกรณีอุทยานแห่งชาติ หรือเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าล่วงหน้าทุกครั้งก่อนการเดินทาง ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับระยะเวลาในการเดินทางเพื่อที่จะได้วางแผนการเดินทางและจัดเตรียมอุปกรณ์ที่เหมาะสมก่อนการเดินทาง
2. หาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสภาพพื้นที่โดยทั่วไปรวมถึงที่พักและแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงเพื่อจะได้กำหนดการเดินทางได้สะดวกยิ่งขึ้น
3. ติดต่อสอบถามข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับพื้นที่ที่เราจะเดินทางไป ไม่ว่าจะเป็นสภาพถนนล่าสุด สภาพอากาศล่าสุดหรือความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ตามฤดูกาลที่แตกต่างกัน ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาที่ยุ่งยากตามมาอย่างคาดไม่ถึง
4. เตรียมยานพาหนะให้พร้อมหากเป็นรถที่ขับไปเอง ต้องตรวจสอบสภาพเส้นทางในช่วงนั้น เตรียมความพร้อมของพาหนะให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ หากเป็นรถที่เช่าเหมาไปต้องบอกข้อมูลกับคนขับให้ทราบเพื่อการเตรียมตัว
5. รองเท้าที่เตรียมไปควรเหมาะกับสภาพของน้ำตกที่จะเดินทางไป เช่น หากเป็นน้ำตกที่รถเข้าถึง ไม่ต้องเดินมากอาจเป็นรองเท้าแตะรัดส้นธรรมดาก็ได้ แต่หากต้องเดินมากหน่อยในเส้นทางที่ค่อนข้างสมบุกสมบันที่ควรใช้รองเท้าที่สวมสบายๆพร้อมลุยและเปียกน้ำ เพราะบางช่วงต้องข้ามน้ำหรือลุยน้ำตก หากเป็นเส้นทางเดินป่าระยะทางไกลควรใช้รองเท้าชนิดเดินป่าจะดีที่สุด
6. เตรียมอุปกรณ์แคมป์ ตั้งแต่เสื้อผ้าเดินป่า ชุดนอน อุปกรณ์แคมป์และเสบียงอาหารให้พร้อม
7. บำรุงร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ

ข้อควรปฏิบัติ
1. เนื่องจากช่วงของการเดินทางเที่ยวน้ำตกมักอยู่ในช่วงฤดูฝน ก่อนออกเดินทางจึงควรหาข้อมูลเรื่องน้ำป่าและระดับน้ำของสถานที่ที่เราจะไป ขณะเที่ยวน้ำตกควรสังเกตว่าธารน้ำมีน้ำเต็มเปี่ยมและไหลแรงขึ้นการเดินข้ามหรือเล่นน้ำควรเพิ่มความระมัดระวัง หรือพยายามหลีกเลี่ยงไม่ควรทำกิจกรรมใดๆใกล้ลำน้ำ เพราะน้ำป่าอาจไหลหลากมาอย่างรวดเร็วโดยที่เราไม่รู้ตัวได้ทุกเมื่อ
2. การเดินป่าเลาะริมลำห้วยหากจำเป็นต้องตัดข้ามไปมาบ่อยครั้งควรยอมเปียกลงลุยน้ำแทนการกระโดดข้ามไปบนก้อนหินเพราะอาจเกิดอุบัติเหตุจนทำให้เท้าบาดเจ็บจนไม่สามารถเดินป่าต่อไปได้
3. ไม่ประมาท หรือหยอกล้อเล่นกันบริเวณที่อันตราย เช่น ตามริมผา น้ำตก บนโขดหินกลางลำห้วย ในช่วงที่น้ำลึกและไหลเชี่ยว เพราะอาจเกิดอันตรายที่คาดไม่ถึงได้
4. น้ำตกบางแห่งมีคำเตือนห้ามลงเล่นน้ำในบางบริเวณ เช่น ตามแอ่งน้ำวน น้ำลึก หรือในที่ลาดชันก่อนถึงผาน้ำตก ควรปฏิบัติตามเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายที่เกิดขึ้นได้
5. ควรระมัดระวังอย่าให้การเข้าไปเที่ยวน้ำตกเป็นการรบกวน หรือทำลายธรรมชาติ
6. ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในการเที่ยวน้ำตกเพราะอาจเกิดความเสี่ยงจากการจมน้ำ หรือผลัดตกจากผาน้ำตก เศษแก้วเศษขวดที่แตกยังเป็นอันตรายต่อผู้อื่น และยังเป็นการทำลายสภาพแวดล้อมให้เสียหายได้
7. ควรเคารพสิทธิ์ผู้อื่นที่เดินทางเข้าไปสัมผัสธรรมชาติร่วมกัน ด้วยการไม่ส่งเสียงรบกวนหรือกระทำการอันละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและธรรมชาติอันเป็นการขัดต่อกฎหมาย
8. ไม่ทิ้งขยะในทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นจุดท่องเที่ยว ในลำธาร ในป่า การเดินทางเข้าไปในป่า ควรหลีกเลี่ยงการใช้ถุงพลาสติกและวัสดุที่ย่อยสลายยาก หากนำเข้าไปควรนำกลับออกมาทิ้งข้างนอกด้วยตัวเองให้มากที่สุด
9. ช่วยกันรักษาความสะอาดในแหล่งท่องเที่ยวด้วยการไม่ทิ้งเศษขยะสิ่งของต่างๆ ไม่ทำลายสถานที่สาธารณะให้เกิดความเสียหาย

เล่นน้ำทะเล เล่นน้ำตก
ควร
• เตรียมครีมกันแดด ครีมทาผิว ชูชีพ
• ใส่เสื้อผ้าที่กระชับ น้ำหนักเบา ไม่อุ้มน้ำ
• เล่นน้ำบริเวณใกล้ชายฝั่งทะเลหรือน้ำตื้น
• มีผู้ร่วมเล่นน้ำ หรือบริเวณใกล้เคียงเผื่อเวลาฉุกเฉิน
• เล่นน้ำช่วงเช้า หรือบ่ายที่อากาศไม่ร้อนจัด
• หลีกเลี่ยงการเล่นน้ำบริเวณที่มีแมงกะพรุน
ไม่ควร
• ลงเล่นน้ำขณะมีฝนตก คลื่นลมแรง
• ทิ้งขยะมูลฝอยลงในน้ำ บริเวณน้ำตก หรือทางเดิน
• ออกไปเล่นน้ำไกลชายฝั่ง บริเวณน้ำลึก
• ลงเล่นน้ำคนเดียวหรือเวลากลางคืน
• เก็บ หัก เด็ดดอกไม้หรือใบไม้
• ปีนป่าย ก้อนหิน โขดหิน หน้าผาบริเวณน้ำตก
• ขีดเขียนข้อความบนก้อนหินหน้าผา

ดำน้ำ ดูปะการัง
ควร
• ฝึกหัดการใช้อุปกรณ์ดำน้ำให้เกิดความชำนาญ
• เตรียมร่างกายให้พร้อม ไม่อดนอน ไม่ดื่มสุรา
• เตรียม เช่าอุปกรณ์ดำน้ำให้พร้อม เช่นหน้ากากดำน้ำ ตีนกบ สนอร์เกิล ชูชีพ ถังออกซิเจน ฯลฯ
• เตรียมชุดว่ายน้ำ ครีมทาผิว ครีมกันแดด
• ตรวจสอบอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ
• สวมชูชีพให้พร้อมทุกครั้งก่อนลงน้ำ
• ผูกเรือไว้กับทุ่นจอดเรือในบริเวณที่จัดไว้
• ชมปะการังเฉพาะจุดที่ผู้นำทางกำหนดให้เท่านั้น
• ช่วยกันเก็บขยะในท้องทะเลขึ้นมาทิ้งบนฝั่ง
ไม่ควร
• ดำน้ำช่วงที่มีแสงสว่างน้อย หรือช่วงน้ำลงจัด
• ลงดำน้ำ หากร่างกายไม่แข็งแรง มีโรคประจำตัวที่เกี่ยวกับระบบการหายใจ หอบหืด
• ทิ้งผู้ว่ายน้ำไม่ชำนาญไว้ตามลำพัง
• ว่ายน้ำออกห่างจากเรือมากเกินไป
• จอดเรือบริเวณแนวปะการัง
• นำเรือเข้าใกล้ฝั่งที่มีปะการังน้ำตื้น
• สัมผัสหรือแตะต้องปะการัง
• ทิ้งขยะลงบนชายหาดหรือทะเล เตะตะกอนทรายขึ้นมาทับถมปะการัง
• จับหรือทำลายสัตว์น้ำทุกชนิด
• เก็บปะการัง กัลปังหา เปลือกหอย
• ซื้อของที่ระลึกที่ทำจากปะการัง กัลปังหา ฯลฯ

กิจกรรมล่องแก่ง
การล่องแก่งเป็นกิจกรรมการผจญภัยแบบหนึ่งที่ให้ความตื่นเต้นสนุกอย่างมาก รวมทั้งมีสภาพธรรมชาติอันรื่นรมย์สวยงามตลอดสองฝั่งลำน้ำ สร้างความเบิกบานใจให้กาผู้ที่จำเจจากภารกิจประจำวัน การล่องแก่งนับว่าปลอดภัยพอสมควร หากมีการเตรียมตัวและปฏิบัติตัวโดยยึดถือความไม่ประมาท อย่างไรก็ตามผู้ที่สนใจล่องแก่ง ควรว่ายน้ำเป็น หากเกิดอุบัติเหตุจะได้ช่วยเหลือตัวเองได้
ล่องแก่งที่ไหนดี
มีสถานที่ซึ่งสามารถล่องแก่งได้อย่างสนุกสนานมากมายหลายที่ด้วยกัน เช่น อุทยานแห่งชาติแม่จริม อุทยานแห่งชาติออบหลวง อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ฯลฯ แต่ละแห่งมีเกาะแก่งและระดับความยากง่ายแตกต่างกันและมีฤดูที่เหมาะสมแก่การล่องแก่งต่างกันด้วย บางแห่งควรล่องช่วงที่น้ำมาก บางแห่งควรล่องช่วงที่น้ำน้อย ดังนั้นควรสอบถามหรือศึกษาข้อมูลจากอุทยานแห่งชาติแต่ละแห่งก่อน

ข้อพึงปฏิบัติในการล่องแก่ง
• สวมหมวกนิรภัยและชูชีพทุกครั้งที่ลงเรือหรือแพ
• ตรวจความเรียบร้อยของอุปกณ์ทุกชิ้นก่อนลงเรือ
• สวมเสื้อผ้าและรองเท้าแบบสบายๆ ไม่หนาและรัดจนเกินไป
• ควรมีอุปกรณ์ยังชีพในป่า เช่น เชือก ไฟฉาย ติดตัวไว้บ้าง เผื่อเกิดเหตุที่คาดไม่ถึง
• ช่วงลงแก่งอย่ายื่นอวัยวะใดๆออกนอกลำเรือ
• ที่สำคัญที่สุดคือ ปฏิบัติตามระเบียบและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

การเตรียมของใช้เดินป่า
การเตรียมของใช้ที่จำเป็นสำหรับเดินป่า มีหลายอย่างด้วยกันได้แก่
เสื้อผ้า
ควรเป็นเสื้อผ้าแขนยาวและกางเกงขายาวที่แห้งง่ายและสวมใส่สบายเตรียมไว้ประมาณ 3 ชุด ชุดหนึ่งใส่ช่วงกลางวัน ชุดหนึ่งสำหรับใส่นอน และชุดสุดท้ายสำหรับใส่เดินทางกลับ เสื้อกันหนาวหรือเสื้อกันฝนก็ควรเตรียมไปด้วยตามฤดูกาลและสภาพอากาศของพื้นที่นั้นๆ
รองเท้า
ควรใช้รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อ ไม่ควรมีพื้นแข็งหรืออ่อนจนเกินไปและมีขนาดพอเหมาะไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป และควรสวมถุงเท้าเพื่อป้องกันร้องเท้ากัด
หมวก
เพื่อใช้บังแดดและป้องกันหนามเกี่ยวศีรษะขณะเดินลอดกิ่งไม้
เป้สัมภาระ
ควรมีขนาดเหมาะสมกับลำตัวของเจ้าของและจำนวนสัมภาระ โดยปกติเป้เมื่อใส่สัมภาระแล้วไม่ควรมีน้ำหนักเกินร้อยละ 20 ของน้ำหนักตัว หากเป้มีน้ำหนักมากควรใช้สายคาดเอวเพื่อถ่ายเทน้ำหนักส่วนหนึ่งจากที่บ่ามาให้ที่ลำตัว บริเวณส่วนเอวช่วยรับน้ำหนักด้วย
เต็นท์พักแรม
ควรใช้ขนาดและจำนวนที่เหมาะกับจำนวนคน เปลสนามก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งเพราะเบาและกะทัดรัดแต่ที่ขาดไม่ได้คือ ผ้าพลาสติกสำหรับกางขึงเหนือเต็นท์ หรือเปลสนามเพื่อกันน้ำค้างหรือน้ำฝน
อุปกรณ์จำเป็นอื่นๆ
ควรจัดเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นติดตัวไป เช่น ยาสำหรับคนที่มีโรคประจำตัว ยาลดไข้หรือยาชนิดอื่นๆ ถุงนอน ไฟฉาย มีดพกอเนกประสงค์ กระติกน้ำ ชุดเครื่องครัวสนาม ถุงขยะ ไฟแช็ก เชือกร่มยาว 2-3 ม.จำนวน2-3เส้น ฯลฯ
เสบียง
ควรเตรียมให้เกินไว้ประมาณ 2 มื้อเผื่อเกิดเหตุที่ต้องทำให้อยู่ป่านานเกินกำหนดและควรเผื่อเสบียงสำหรับเจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติที่ช่วยนำทางไว้บ้าง อย่างน้อยก็เป็นน้ำใจที่แบ่งปันให้แก่กัน

ข้อพึงปฏิบัติในการเดินป่า
• เดินเรื่อยๆไม่ต้องรีบและเดินด้วยความเร็วสม่ำเสมอ
• ควรเดินเรียงเดี่ยว ให้มองเห็นคนที่เดินอยู่ข้างหน้าเสมอ หากเดินนำไปจนมองไม่เห็นผู้ที่เดินตามหลัง ควรหยุดรอให้คนข้างหลังตามมาจนอยู่ในระยะที่มองเห็นกันได้จึงค่อยเดินต่อไป
• ไม่ควรส่งเสียงดัง นอกจากเปลืองพลังงานแล้ว ยังลดโอกาสพบสัตว์ป่าตามเส้นทาง
• ควรพัก 5-10 นาทีทุก 1-2 ชั่วโมงแต่อย่าพักบ่อยเกินไปเพราะจะทำให้เหนื่อยยิ่งขึ้นไปอีก
• ไม่ควรเดินนอกเส้นทางและไม่ควรเดินป่าตามลำพังเพราะอาจจะทำให้หลงป่าได้
• เมื่อพบแหล่งน้ำที่สามารถดื่มได้ควรเติมให้เต็มกระติกเสมอ

Blog Stats

  • 271,873 hits
%d bloggers like this: