เที่ยวทะเล

เตรียมตัวอย่างไร…เมื่อไปทะเล

ข้อความปฏิบัติเมื่อออกทะเล
ภาษิตโบราณบอกไว้ว่า “คืบก็ทะเล ศอกก็ทะเล” มีความหมายว่าอย่าประมาท เพราะทะเลไม่แน่นอน แม้จะอยู่ในช่วงหน้าร้อนแต่บางครั้งอาจมีคลื่นลม หรือการท่องเที่ยวโดยขาดความระมัดระวังที่สิ่งรอบข้างมีแต่น้ำ อาจนำพาความเสียหายมาสู่ร่างกายและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวได้

 

ข้อปฏิบัติเมื่อออกทะเล
• ป้องกันตัวเองจากแสงยูวี
อย่าเล่นน้ำหลังอาหาร  เพราะจะทำให้เป็นตะคริวที่ท้อง อาจทำให้จมน้ำในเวลาต่อมาควรพักอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพราะขณะย่อยอาหารเลือดจำนวนมากจะไปรวมกันอยู่ที่อวัยวะย่อยอาหาร เมื่อออกไปเล่นน้ำทำให้เลือดต้องไปเลี้ยงส่วนกล้ามเนื้อ ทำให้เลือดไม่พอเพียงต่อการทำงานของกระเพาะจึงเกิดอาการปวดท้อง
อย่าลงเล่นน้ำ ขณะน้ำไหลเชี่ยว  หรือมีคลื่นลมแรงจัด ขณะน้ำกำลังขึ้นหรือลง
• อย่าว่ายน้ำออกไปที่ลึกเรื่อยๆ  เพราะขากลับเข้าฝั่งจะต้องใช้แรงมากกว่า อาจทำให้จมน้ำได้ ควรว่ายน้ำขนานกับชายฝั่งเสมอ
อย่าเล่นน้ำตามลำพัง  และไม่ควรลงเล่นน้ำตอนกลางคืน
ระวังอันตรายจากสิ่งรอบข้าง  เช่น เรือใบ กระดานโต้คลื่น ฯลฯ เพราะคนบนเรือไม่สามารถมองเห็นคนที่อยู่ในทะเลได้ชัดเจน
หากเล่นกีฬาทางน้ำ ต้องสวมชูชีพ  เพื่อช่วยในการลอยตัวไว้เสมอ แม้จะว่ายน้ำได้ดีเพียงไร หากเกิดอุบัติเหตุจะต้องอยู่ในน้ำเป็นเวลานาน คนว่ายน้ำดีแค่ไหนก็เหนื่อยเป็น
เมื่อเกิดอุบัติเหตุตกน้ำหรือเรือล่ม  อย่าตกใจให้ว่ายอยู่ใกล้ๆ เรือ การพยายามว่ายเข้าหาฝั่งอาจไกลเกินความสามารถ สละรองเท้าหรือภาระในตัว แล้วพยายามหาวัตถุลอยน้ำเกาะพยุงตัวเอาไว้เพื่อรอความช่วยเหลือต่อไป

พืชและสัตว์มีพิษในทะเล
เพียงทะเล  เป็นสัตว์ทะเลจำพวกกุ้ง รูปร่างคล้ายหอยมีเปลือกหนา เกาะกลุ่มตามเสาท่าเรือ ท้องเรือ โขดหิน เปลือกแข็งและคม หากโดนผิวหนังจะเหมืองกับถูกของมีคมบาด รักษาเช่นเดียวกับแผลสด
แมงกะพรุน  รูปร่างคล้ายวุ้น มีหนวดเป็นสยาย ลอยอยู่ในทะเลบางครั้งถูกคลื่นซัดอยู่บนชายหาด หากโดนผิวหนังจะแสบร้อน มีรอยไหม้เกรียม เป็นผื่นบวมแดง รักษาโดยใช้น้ำส้มสายชูกลั่นเทราด หรือใช้ผักบุ้งทะเลล้างน้ำตำให้แหลกผสมน้ำทาบริเวณถูกพิษแมงกะพรุน
ดอกไม้ทะเล  เป็นสัตว์ทะเล หนวดมันมีพิษทำให้ปวดแสบร้อนได้ แม้ไม่มีอันตรายรุนแรงต่อคนนัก การรักษาใช้เช่นเดียวกับแมงกะพรุน
-เม่นทะเล  เป็นสัตว์จำพวกเดียวกับปลาดาว หอยเม่นมีหนามแหลม ๆ ทิ่มลงเนื้อลึกได้ อยู่ใต้ทะเลบริเวณที่เสื่อมโทรม หากไปโดนแทงจะมีอาการปวด และอาการชา หนามแหลมจะแทงเข้าไปในเนื้อและหักคาในเนื้อ การรักษาใช้คีมบ่งหนามออก หรือทำให้หนามย่อยสลาย โดยถูเนื้อบริเวณที่มีบาดแผลด้วยผ้าชุดน้ำร้อน
งูทะเล  คล้ายงูบกแต่ตัวสั้นกว่า หัวเล็ก หากโดนกัดจะมีอาการชา ลิ้นหนา ปวดเมื่อย คอแห้ง เริ่มเป็นอัมพาตที่ขาและลามขึ้นลำตัว การรักษาให้ดื่มน้ำมากที่สุดเพื่อลดอันตรายที่จะเกิดกับไต และนำส่งแพทย์ด่วน

นอกจากนี้ยังมีสัตว์ทะเลที่ก่อให้เกิดความรำคาญ เช่น แมลงชนิดต่าง ๆ ทั้งเห็บ คุ่น แตนทะเล (คล้ายหมัดสุนัข) การใช้สเปรย์หรือยาทากันแมลงจะป้องกันได้ดี

ข้อปฏิบัติในการไปเที่ยวทะเล
ช่วงนี้เป็นช่วงปิดภาคเรียนที่ตรงกับฤดูร้อน หลายครอบครัวจึงวางแผนที่จะไปท่องเที่ยวตามจังหวัดต่างๆ โดยเฉพาะจังหวัดที่มีพื้นที่ติดทะเลทางภาคตะวันออกและภาคใต้ เพื่อชมความงามของทัศนียภาพชายทะเล หาดทราย เกาะต่างๆ และปะการังใต้ท้องทะเล รวมถึงพักผ่อนคลายร้อน ซึ่งการไปท่องเที่ยวทะเล มีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติภัยทางน้ำได้

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย มีข้อแนะนำสำหรับการปฏิบัติตนในการไปท่องเที่ยวทะเลอย่างปลอดภัย ดังนี้
ก่อนออกเดินทางตรวจสอบเส้นทางและศึกษาสภาพอากาศของแหล่งท่องเที่ยว โดยติดตามพยากรณ์อากาศอย่างสม่ำเสมอ หากมีประกาศแจ้งเตือนเกี่ยวกับคลื่นพายุลมแรง ควรงดหรือเลื่อนการเดินทางออกไปก่อน ตรวจสอบสภาพแหล่งท่องเที่ยว หากเป็นบริเวณที่มีคลื่นสูง มีทรายดูด เป็นที่อาศัยของสัตว์มีพิษ เคยเกิดคลื่นน้ำทะเลดูด (Rip Current) หรือคลื่นซัดฝั่งอย่างรุนแรง

ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปเล่นน้ำบริเวณดังกล่าว จัดเตรียมสัมภาระที่จำเป็น เช่น ยารักษาโรค ห่วงยาง ชูชีพ เป็นต้น เพื่อไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน
ขณะเล่นน้ำทะเล ไม่เล่นน้ำหลังรับประทานอาหา  เพราะจะทำให้เป็นตะคริวที่ท้อง ทำให้จมน้ำได้ ควรพักประมาณ 1 ชั่วโมงหลังทานอาหาร เล่นน้ำในบริเวณที่ปลอดภัย ห้ามเล่นน้ำบริเวณน้ำลึก บริเวณที่มีคลื่นลมแรงและมีโขดหินอย่างเด็ดขาด โดยสังเกตธงที่ปักแสดงความลึกของระดับน้ำ หากเป็นธงสีเขียว แสดงว่าสามารถเล่นน้ำได้
หากเป็นธงสีแดงหนึ่งอันแสดงว่าอันตราย  แต่ถ้าเป็นธงสีแดง 2 อันแสดงว่าพื้นที่นั้นอันตรายมาก ส่วนธงสีเหลือง แสดงว่าให้ระวัง ไม่ควรเล่นน้ำตามลำพัง หากว่ายน้ำไม่เป็น ควรสวมใส่เสื้อชูชีพหรือห่วงยาง เพื่อป้องกันการจมน้ำ ห้ามว่ายน้ำเข้าใกล้เรือขณะที่เรือกำลังแล่นอย่างเด็ดขาด เพราะอาจถูกเรือชนหรือใบพัดเรือบาด ไม่ปล่อยให้เด็กเล่นน้ำตามลำพัง
-ผู้ปกครองควรดูแลอย่างใกล้ชิด อย่าให้คลาดสายตาเพราะหากเด็กถูกคลื่นซัด   หรือเป็นตะคริว  จะไม่สามารถช่วยเหลือตนเองให้ปลอดภัยได้
-การปฏิบัติตนในสถานการณ์ฉุกเฉิน หากถูกคลื่นทะเลดูด  ให้ว่ายน้ำเลี่ยงจากจุดที่คลื่นทะเลดูดและรีบว่ายเข้าหาฝั่งทันที กรณีถูกคลื่นทะเลซัดอย่างรุนแรงห้ามว่ายสวนกระแสน้ำ ให้ว่ายขนานกับชายฝั่ง จะช่วยให้พ้นจากกระแสน้ำได้

นอกจากนี้ การดำน้ำชมปะการังก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวนิยม หากขาดความระมัดระวังอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ จึงมีข้อปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย ดังนี้
ตรวจสอบสภาพอากาศและคลื่นล  ในบริเวณที่จะไปดำน้ำ หากคลื่นลมรุนแรงเกินไปก็ไม่ควรดำน้ำในบริเวณดังกล่าว ปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อห้ามของพื้นที่ที่เข้าไปดำน้ำทุกครั้ง
ในการดำน้ำบริเวณลึก  จะต้องเรียนดำน้ำอย่างถูกวิธีและเลือกใช้อุปกรณ์ดำน้ำที่เหมาะสมกับการใช้งาน
ห้ามดำน้ำขึ้น – ลงอย่างรวดเร็ว  เพราะจะทำให้ก๊าซภายในปอดขยายตัวอย่างรวดเร็วและเข้าไปอยู่ ในเลือด โดยเฉพาะช่วงขึ้นจากน้ำ จนทำให้เลือดขึ้นไปอุดตันสมอง  จนเกิดภาวะน็อกน้ำทะเล ซึ่งจะทำให้มีโอกาสเป็นอัมพฤกษ์หรืออัมพาตได้
กรณีถูกกระแสน้ำซัด อย่าว่ายสวนหรือว่ายทวนน้ำ  จะทำให้เหนื่อยง่าย ให้ใช้วิธีลอยตัวไปตามกระแสน้ำ รอจนกว่าจะมีเรือมารับ
ไม่ควรดำน้ำตามลำพัง  ควรมีกลุ่มเพื่อนลงไปดำน้ำด้วย เพราะหากเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้มีคนคอยช่วยเหลือ และพยายามเกาะกลุ่มไว้ เพื่อไม่ให้พลัดหลง และควรหยุดดำน้ำทันที หากเริ่มมีกระแสน้ำพัดห่างออกจากฝั่งไปเรื่อยๆ หรือมีฝนตั้งเค้าและเริ่มมีคลื่นลมรุนแรงขึ้น

จะเห็นได้ว่า การท่องเที่ยวทางทะเลมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติภัยทางน้ำได้ในหลากหลาย รูปแบบ ดังนั้น ก่อนเดินทางควรตรวจสอบสภาพอากาศและสภาพพื้นที่ จัดเตรียมอุปกรณ์และสิ่งของที่จำเป็น เลือกสถานที่ในการเล่นน้ำหรือดำน้ำในบริเวณที่ปลอดภัย ปฏิบัติตามกฎระเบียบหรือคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ที่สำคัญหากนำเด็กไปด้วยต้องดูแลอย่างใกล้ชิดและไม่ปล่อยให้เด็กเล่นน้ำตามลำพังอย่างเด็ดขาด เพื่อให้การท่องเที่ยวทางทะเลเป็นการพักผ่อนคลายร้อนที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและปลอดภัย

ที่มา : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

………………………………………………….

สัตว์ทะเลที่ทำให้เกิดอันตราย สามารถแยกได้ตามลักษณะของพิษที่ได้รับจากสิ่งมีชีวิตดังนี้
พวกที่มีเข็มพิษ (Stinger)  ได้แก่ แมงกระพรุน (Jelly fish) ปะการังไฟ (fire coral) ดอกไม้ทะเล (Sea anemone) ดาวขนนก (Sea feather) ขนนกทะเล/ไฮดรอยด์ (Hydroid) ซึ่งสัตว์เหล่านี้มีเข็มพิษ (Nematocyst) อยู่ที่หนวดของสัตว์เหล่านี้ บางชนิดมีพิษจนถึงขั้นตายได้คือ แมงกระพรุนชนิดที่เรียกว่า Portuguese Man-of -War ความรุนแรงของพิษอาจทำให้เป็นตะคริวที่กล้ามเนื้อ ทำให้มีผลต่อระบบหายใจและปอด อาจทำให้หมดสติจนถึงขั้นเสียชีวิตได้
พวกที่มีความคม (Scraper)  ได้แก่ ปะการังแข็ง (Hard coral) ฟองน้ำ (sponge) หอยสองฝา (Bivalves) และเพรียงหิน (Rock barnacle) ซึ่งนักท่องเที่ยวอาจได้รับบาดเจ็บได้ถ้าไม่ระวัง
พวกที่มีอวัยวะใช้ตำได้ (Sticker)  ได้แก่ ปากกาทะเล (Sea pan) บุ้งทะเล (Fire worm) ปลาหินหรือปลากะรังหัวโขน (Stone fish) ปลาสิงโต (Lion fish) ปลาแมงป่อง (Scorpion fish) ปลากระเบน (Sting ray) ปลาปักเป้า (Puffer fish)  ปลาสลิดหิน (Rabbit fish) ปลาดุก (Cat fish) ปลากด (Cat fish) ปลาขี้ตังเบ็ด (Powder-blue surgeonfish) กุ้ง (Shrimp) ปู (Crab) ดาวหนาม (Clown-of-thorn Sea Star) แมงดาทะเล (Horse-shoe Crab) และเม่นทะเลบางชนิด (Sea urchin) เป็นต้น
พวกที่กัดได้ (Snapper)  ได้แก่ งูทะเล (Sea snake) ปลาไหลมอเล่ย์ (Moray eel) ปลาฉลาม (Sharks) ปลาหมึกยักษ์ที่เรียกว่า Blue-ringe Octopus เป็นต้น ซึ่งพิษมีผลต่อระบบประสาทอยู่ในต่อมน้ำลายทำให้ผู้ที่ถูกกัดมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ช็อค และอาจทำให้เสียชีวิตได้
พวกที่มีสารพิษอยู่ในตัว  ซึ่งพวกนี้บางชนิดจะขับเมือกที่เป็นพิษออกมา หรือห่อหุ้มร่างกายเพื่อป้องกันอันตรายจากธรรมชาติ ได้แก่ พรมทะเล (Zoanthid) ทากทะเล (Sea slug) หอยเต้าปูน (Cone Shell) ปลากระเบนไฟฟ้า (Electric ray) เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีสิ่งมีชีวิตบางชนิดที่ทำให้เกิดอาการเจ็บปวด แสบคัน คล้ายกับแตนทะเลกัด ซึ่งสันนิษฐานว่าอาจเป็นกลุ่มของสัตว์ทะเลขนาดเล็กกลุ่มแตนทะเล แต่ยังไม่มีรายงานระบุแน่ชัดว่าเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดใด ดังนั้นจึงควรทำการศึกษาวิจัยให้ทราบถึงชนิดและความเป็นพิษของสิ่งมีชีวิตกลุ่มนี้ต่อไป

Blog Stats

  • 271,553 hits
%d bloggers like this: