การเดินทาง

การเดินทางทั่วไทยประเทศไทย

เดินทางทั่วไทยประเทศไทยมีระบบสาธารณูปโภคและการบริการสาธารณะที่ได้มาตรฐาน การคมนาคมขนส่งในประเทศไทยมีมากมายหลายรูปแบบ ทั้งทางบก (รถยนต์ รถทัวร์ รถเมล์ รถจักรยานยนต์ รถจักรยาน รถตุ๊กตุ๊ก รถไฟ รถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน) ทางน้ำ (เรือ) และทางอากาศ (เครื่องบิน) การท่องเที่ยวภายในประเทศจึงทำได้ง่ายและสะดวกสบาย นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงและเลือกใช้บริการตามต้องการได้อย่างง่ายดายและ มีประสิทธิภาพ อันเป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำไปสู่ความพึงพอใจสูงสุดของการเดินทางและท่อง เที่ยวในประเทศไทย

พาหนะ สายการบิน  
เรือโดยสาร
รถประจำทาง
 มอเตอร์ไซค์   
รถไฟ
 รถไฟฟ้า BTS
รถเช่า
 เครื่องบินเช่าเหมาลำ

การเดินทางในประเทศไทย
ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นประตูสู่เอเชีย เป็นศูนย์กลางทางธุรกิจการค้า การแพทย์ และการท่องเที่ยวของประเทศในคาบสมุทรอินโดจีนและประเทศใกล้เคียง ทั้งพม่า ลาว เวียดนาม กัมพูชา มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ในแต่ละปีมีชาวต่างชาติจากทั่วโลกจำนวนมากเดินทางมายังประเทศไทย ทั้งที่ต้องการมาทำธุรกิจ ท่องเที่ยว รวมทั้งแวะพักและท่องเที่ยวก่อนเดินทางต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ ด้วย
ไม่ใช่แค่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่หลงเสน่ห์เมืองไทย จนหลายคนเดินทางกลับมาเยือนครั้งแล้วครั้งเล่า คนไทยเองก็ออกเดินทางท่องเที่ยว โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดเทศกาล ถนนหนทางและเมืองท่องเที่ยวต่างๆ ล้วนคึกคักคลาคล่ำไปด้วยนักเดินทาง

และเพราะประเทศไทยมีระบบสาธารณูปโภคและการบริการสาธารณะที่ได้มาตรฐาน การคมนาคมขนส่งในประเทศไทยมีมากมายหลายรูปแบบ ทั้งทางบก (รถยนต์ รถทัวร์ รถเมล์ รถจักรยานยนต์ รถจักรยาน รถตุ๊กตุ๊ก รถไฟ รถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน) ทางน้ำ (เรือ) และทางอากาศ (เครื่องบิน) การท่องเที่ยวภายในประเทศจึงทำได้ง่ายและสะดวกสบาย นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงและเลือกใช้บริการตามต้องการได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพ อันเป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำไปสู่ความพึงพอใจสูงสุดของการเดินทางและท่องเที่ยวในประเทศไทยต่อไป

สนามบินในประเทศไทย
การขนส่งทางอากาศของไทยเจริญขึ้นอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา ปัจจุบันมีสายการบินจากทั่วโลกแวะลงที่ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมืองและท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิเป็นจำนวนมาก ทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบินที่สำคัญแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ประเทศไทยมีท่าอากาศยานรองรับเที่ยวบินต่างๆ เป็นจำนวนมากทั่วประเทศ เช่น ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงราย ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ ท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานี และท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ เป็นต้น

สนามบินนานาชาติ
◦สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ
◦สนามบินนานาชาติดอนเมือง
◦สนามบินนานาชาติเชียงใหม่
◦สนามบินนานาชาติเชียงราย
◦สนามบินนานาชาติหาดใหญ่
◦สนามบินนานาชาติภูเก็ต
◦สนามบินนานาชาติสมุย
◦สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา

สนามบินภายในประเทศ
◦สนามบินแม่ฮ่องสอน
◦สนามบินสุราษฎร์ธานี
◦สนามบินร้อยเอ็ด
◦สนามบินแม่สอด
◦สนามบินเลย
◦สนามบินลำปาง
◦สนามบินหัวหิน
◦สนามบินกระบี่
◦สนามบินตรัง
◦สนามบินนครราชสีมา
◦สนามบินนครพนม
◦สนามบินอุบลราชธานี
◦สนามบินสุโขทัย
◦สนามบินตราด
◦สนามบินพิษณุโลก
◦สนามบินระนอง

พาหนะ
การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยสามารถทำได้หลายหลากวิธี ไม่ว่าจะเป็นเดินทางโดยเครื่องบิน รถไฟ รถบัส หรือรถยนต์ส่วนตัว นักท่องเที่ยวสามารถเลือกที่จะเดินทางได้ตามความสะดวก และงบประมาณ

-สายการบิน
การขนส่งทางอากาศของไทยเจริญขึ้นอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา ปัจจุบันมีสายการบินจากทั่วโลกแวะลงที่ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมืองและท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิเป็นจำนวนมาก ทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบินที่สำคัญแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิของประเทศไทยเป็นท่าอากาศยานที่มีหอบังคับการบินที่สูงที่สุดในโลก ด้วยความสูงถึง 132.2 เมตร มีศักยภาพรองรับผู้โดยสารถึง 45 ล้านคนต่อปี รองรับเที่ยวบินได้ 76 เที่ยวบินต่อชั่วโมง และรองรับการขนส่งสินค้าทางอากาศได้ถึง 3 ล้านตันต่อปี ทดแทนท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมืองที่เปิดใช้งานมานานถึง 92 ปี ซึ่งปัจจุบันนี้ยังคงเปิดให้บริการสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศของบางสายการบินเท่านั้น

ปัจจุบันการเดินทางทางอากาศได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น และยังมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากมีสายการบินต้นทุนต่ำเปิดให้บริการเที่ยวบินทั้งภายในประเทศและเที่ยวบินระหว่างประเทศหลายสายการบิน และประเทศไทยมีท่าอากาศยานรองรับเที่ยวบินต่างๆ เป็นจำนวนมากทั่วประเทศ เช่น ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงราย ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ ท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานี และท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ เป็นต้น

-รถบริการรับส่งสนามบิน
สนามบินหลักๆ ในประเทศไทย เช่น สนามบินสุวรรณภูมิ มีบริการรถรับส่งสนามบินเพื่ออำนวยความสะดวกแก้นักท่องเที่ยว เพื่อจะเดินทางเข้าไปยังตัวเมือง โดยแบ่งเป็นเส้นทางต่างๆ

แอร์พอร์ตบัสที่ให้บริการจากท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิไปยังจุดต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ มี 4 เส้นทาง คือ
สาย AE 1 สุวรรณภูมิ-สีลม (ทางด่วน)
สาย AE 2 สุวรรณภูมิ-บางลำภู (ทางด่วน)
สาย AE 3 สุวรรณภูมิ-ถนนวิทยุ และสุวรรณภูมิ-สุขุมวิท 3 (นานาเหนือ)
และ สาย AE 4 สุวรรณภูมิ-หัวลำโพง (ทางด่วน)

ค่าโดยสาร 150 บาท ตลอดสายทุกเส้นทาง
สำหรับในบริเวณท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ มีรถเวียน หรือ Shuttle Bus ให้บริการระหว่างศูนย์ขนส่งสาธารณะและอาคารผู้โดยสาร ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

 -รถประจำทาง
ปัจจุบันบริการรถสาธารณะของไทยมีมาตรฐาน และมีความสะดวกสบายมากขึ้น รถโดยสารประจำทางในประเทศไทยส่วนมากทันสมัยและมีสภาพดี โดยเฉพาะรถของบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ที่มีระบบการจัดการและการรักษาความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน ทำให้ผู้โดยสารอุ่นใจที่จะใช้บริการ นอกจากนี้ยังมีบริษัทเอกชนจำนวนมากที่ให้บริการเดินรถในเส้นทางต่างๆ ทั่วทุกภูมิภาค การแข่งขันทางธุรกิจทำให้บริษัทต่างๆ เหล่านี้ ต้องพัฒนาและรักษาคุณภาพของสินค้าและบริการอยู่ตลอดเวลา ทำให้ระบบขนส่งผู้โดยสารของประเทศมีคุณภาพมากขึ้น

สำหรับการเดินทางไปยังภูมิภาคต่างๆ มีจุดขึ้นรถโดยสารหลักอยู่ที่กรุงเทพฯ คือ สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) หรือหมอชิต 2 สำหรับเส้นทางสายเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ และตะวันออก สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (ถนนบรมราชชนนี) หรือสายใต้ สำหรับเส้นทางสายใต้และตะวันตก และสถานีขนส่งเอกมัย ถนนสุขุมวิท สำหรับเส้นทางสายตะวันออก นอกจากนี้ยังมีจุดจอดรถของบริษัท ขนส่ง จำกัด และบริษัทเอกชนอื่นๆ อยู่ในเมืองต่างๆ ทั่วทุกภูมิภาค

รถโดยสารประจำทางส่วนมากเป็นรถบัสปรับอากาศขนาดใหญ่ ทั้งชั้นเดียวและสองชั้น แต่ในบางเส้นทางที่มีระยะทางไม่ไกลนัก เช่น จังหวัดใกล้ๆ กรุงเทพฯ จะมีบริการรถตู้โดยสารของบริษัทเอกชนจอดให้บริการตามจุดต่างๆ ของกรุงเทพฯ ด้วย และในเขตจังหวัดต่างๆ นอกเขตกรุงเทพฯ ยังมีบริการรถโดยสารประจำทางของบริษัทเอกชนต่างๆ ทั้งรถปรับอากาศและรถไม่ปรับอากาศ และรถโดยสารชนิดอื่นๆ เช่น รถตู้ รถสองแถว ให้บริการเป็นจำนวนมากด้วย

นักท่องเที่ยวสามารถสอบถามเส้นทาง ตารางเวลาการเดินรถ และราคาตั๋วโดยสารของบริษัท ขนส่ง จำกัด ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1490 หรือทางเว็บไซต์ http://www.transport.co.th

สำหรับในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีรถโดยสารประจำทางขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และรถร่วมบริการ ทั้งรถบัสและรถตู้ ให้บริการตั้งแต่เวลา 04.00-23.00 น. และบางสายให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

ติดต่อสอบถามเส้นทางการเดินรถได้ที่
หมายเลขโทรศัพท์ 184 หรือ ทางเว็บไซต์ http://www.bmta.co.th

 -รถเช่าพร้อมคนขับ
นักท่องเที่ยวไม่น้อยที่นิยมการเดินทางโดยรถยนต์ แต่ไม่ชอบขับรถเอง รถเช่าพร้อมคนขับจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เช่น รถตู้ รถลิมูซีน ที่จะทำให้คุณเพลิดเพลินกับการเดินทางที่สะดวกสบาย ได้ชมบรรยากาศโดยรอบในระหว่างการเดินทาง อยากจะแวะเที่ยวที่ไหนระหว่างทางก็สามารถทำได้ เหมาะสำหรับการเดินทางแบบครอบครัว เพื่อนฝูง หรือหมู่คณะ

 -รถเช่า
ปัจจุบันมีบริษัทเอกชนเปิดให้บริการรถเช่าเพื่อการท่องเที่ยวอยู่ทั่วประเทศเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในเขตแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ เพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับผู้เดินทางและนักท่องเที่ยว ให้สามารถเดินทางและท่องเที่ยวได้แม้ไม่มีพาหนะส่วนตัวไปเอง เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการขับรถทางไกล หรือรถของตัวเองไม่อยู่ในสภาพที่พร้อมจะเดินทางไกล

รถเช่ามีทั้งรถบัส รถตู้ (พร้อมคนขับ) รถยนต์รุ่นและยี่ห้อต่างๆ รถจักรยานยนต์ และรถจักรยาน โดยมีสัญญาเช่าทั้งแบบรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน มีประกันภัยรถและผู้ขับขี่ให้ โดยมีราคาค่าเช่าแตกต่างกันไปตามชนิดรถและสภาพของรถ ตามแต่ละบริษัทกำหนด

ในปัจจุบัน บริษัทรถเช่าขนาดใหญ่บางบริษัทยังมีบริการให้เช่ารถที่ผู้เช่าสามารถรับและคืนรถได้ต่างสาขา โดยผู้เช่าไม่จำเป็นต้องขับรถกลับไปคืนที่สาขาที่รับรถมา เพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้นักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น

 -รถแท็กซี่
รถแท็กซี่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นรถแท็กซี่มิเตอร์ คิดอัตราค่าโดยสารตามเกณฑ์ระยะทางร่วมกับเกณฑ์ระยะเวลา มีอัตราดังนี้

เกณฑ์ตามระยะทาง
– 2กิโลเมตรแรก 35 บาท
– กิโลเมตรที่ 2-12 กิโลเมตรละ 4.50 บาท
– กิโลเมตรที่ 12-20 กิโลเมตรละ 5 บาท
– กิโลเมตรที่ 20 ขึ้นไป กิโลเมตรละ 5.50 บาท

เกณฑ์ตามระยะเวลา
กรณีรถหยุดวิ่ง หรือเคลื่อนที่ได้ไม่เกิน 6 กิโลเมตร/ชั่วโมง คิดค่าโดยสารนาทีละ 1.25 บาท

นอกจากนี้ยังมีค่าบริการพิเศษเพิ่มเติม ในกรณีเรียกใช้บริการผ่านศูนย์วิทยุสื่อสาร คิดเพิ่ม 20 บาท/เที่ยว และกรณีเรียกจากท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง ณ จุดที่บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) กำหนดไว้ คิดเพิ่ม 50 บาท/เที่ยว และผู้โดยสารต้องจ่ายค่าทางด่วนเอง

สำหรับกรณีออกนอกเขตพื้นที่กำหนด จะใช้อัตราค่าโดยสารตามที่กำหนด หรือตกลงราคากันเองก็ได้ นอกจากนี้ในเขตจังหวัดใหญ่ๆ ตามภูมิภาคต่างๆ บางจังหวัด อาจมีบริการแท็กซี่ทั้งที่มีมิเตอร์และไม่มีมิเตอร์ด้วย เช่น แท็กซี่ในจังหวัดเชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี สงขลา พัทยา เป็นต้น

-รถไฟฟ้า BTS
รถไฟฟ้า BTS เป็นรถไฟฟ้าสายแรกของประเทศไทย เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2542 มี 2 เส้นทาง คือ สายสุขุมวิท ซึ่งได้รับชื่อพระราชทานว่า “รถไฟฟ้าเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา สาย 1” และสายสีลม ซึ่งได้รับชื่อพระราชทานว่า “รถไฟฟ้าเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา สาย 2”

ระบบรถไฟฟ้า BTS เป็นระบบขนส่งมวลชนความจุสูงแบบมาตรฐานที่ใช้กันแพร่หลายในเมืองใหญ่ทั่วไป ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อน วิ่งบนรางคู่ยกระดับ แยกทิศทางไปและกลับ โดยมีรางป้อนกระแสไฟฟ้าอยู่ด้านข้าง สามารถให้บริการแก่ผู้โดยสารได้มากกว่า 1,000 คน/ขบวน ในขณะที่การเดินทางโดยรถยนต์ ต้องใช้รถยนต์จำนวนมากถึง 800 คัน เพื่อขนส่งผู้โดยสารในจำนวนที่เท่ากัน

รถไฟฟ้า BTS เปิดให้บริการทุกวันระหว่าง เวลา 06.00-24.00 น. โดยเก็บค่าโดยสารตามระยะการเดินทางจริงของผู้โดยสาร ตรวจสอบข้อมูลการเดินรถได้ที่เว็บไซต์ http://www.bts.co.th

 -รถไฟใต้ดิน MRT
รถไฟฟ้ามหานครสายเฉลิมรัชมงคล หรือรถไฟฟ้า MRT ภายใต้การดูแลของบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด มีเส้นทางการเดินรถรวมระยะทาง 20 กิโลเมตร เป็นโครงการใต้ดินตลอดสาย มีสถานีทั้งหมด 18 สถานี ระยะห่างระหว่างสถานีโดยเฉลี่ย 1 กิโลเมตร โดยเส้นทางเริ่มต้นจากบริเวณหน้าสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกตามแนวถนนพระราม 4 ผ่านสามย่าน สวนลุมพินี จนกระทั่งตัดกับถนนรัชดาภิเษก เลี้ยวซ้ายไปทางทิศเหนือตามแนวถนนรัชดาภิเษก ผ่านหน้าศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ แยกอโศก แยกพระราม 9 แยกห้วยขวาง แยกรัชดาฯ–ลาดพร้าว เลี้ยวซ้ายไปตามถนนลาดพร้าว จนถึงปากทางห้าแยกลาดพร้าว เลี้ยวซ้ายเข้าถนนพหลโยธิน ผ่านหน้าสวนจตุจักร ตรงไปสิ้นสุดที่บริเวณสถานีรถไฟบางซื่อ

รถไฟฟ้าใต้ดินเปิดให้บริการทุกวัน ไม่มีวันหยุด ตั้งแต่เวลา 06.00-24.00 น. โดยเก็บค่าโดยสารตามระยะการเดินทางจริงของผู้โดยสาร ตรวจสอบข้อมูลการเดินรถได้ที่เว็บไซต์ http://www.bangkokmetro.co.th

 -รถไฟ
ปัจจุบันการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดการเดินรถเป็นระยะทางรวมทั้งสิ้น 4,346 กิโลเมตร โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่กรุงเทพฯ แยกเป็นเส้นทางต่างๆ ดังนี้
– ทางสายเหนือ ถึงสถานีจังหวัดเชียงใหม่ ระยะทาง 751 กิโลเมตร
– ทางสายใต้ ถึงสถานีสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ระยะทาง 1,143 กิโลเมตร และสถานีปาดังเบซาร์ มาเลเซีย ระยะทาง 974 กิโลเมตร
– ทางสายตะวันออก ถึงสถานีอรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ระยะทาง 255 กิโลเมตร และสถานีนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง ระยะทาง 200 กิโลเมตร
– ทางสายตะวันออกเฉียงเหนือ ถึงสถานีอุบลราชธานี ระยะทาง 575 กิโลเมตร และสถานีท่านาแล้ง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ระยะทาง 626.5 กิโลเมตร
– ทางสายตะวันตก ถึงสถานีน้ำตก จังหวัดกาญจนบุรี ระยะทาง 194 กิโลเมตร
– ทางสายแม่กลอง ช่วงวงเวียนใหญ่-มหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร ระยะทาง 31 กิโลเมตร และช่วงบ้านแหลม-แม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม ระยะทาง 34 กิโลเมตร

นักท่องเที่ยวสามารถสอบถามข้อมูลการเดินทางและราคาตั๋วโดยสารของการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง หรือทางเว็บไซต์ http://www.railway.co.th และจองตั๋วรถไฟก่อนวันเดินทางไม่น้อยกว่า 3 วัน ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2220-4444 ทุกวัน เวลา 08.30-16.30

-ตุ๊กตุ๊ก
รถตุ๊กตุ๊ก หรือรถสามล้อเครื่อง ในประเทศไทย เกิดจากการนำรถสามล้อเครื่องกระบะบรรทุกจากญี่ปุ่นเข้ามาดัดแปลง โดยเอามาต่อหลังคาเพิ่มสำหรับนั่งโดยสารและขนของได้ จากนั้นก็วิวัฒนาการและพัฒนาเป็นรูปแบบต่างๆ จนปัจจุบันได้กลายเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของประเทศในสายตาคนต่างชาติไปแล้ว

ปัจจุบัน นอกจากคนไทยจะประกอบรถตุ๊กตุ๊กใช้ในประเทศได้เองแล้ว ยังมีการผลิตเพื่อส่งออกไปขายในประเทศต่างๆ เช่น อินเดีย ศรีลังกา สิงคโปร์ เป็นต้น สร้างรายได้ให้กับประเทศปีละหลายร้อยล้านบาท และกลายเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นที่ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทยอีกด้วย

สามล้อตุ๊กตุ๊กมีบริการทั่วประเทศ โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่ เป็นที่นิยมทั้งในหมู่คนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว เพราะมีขนาดเล็ก ขับขี่ง่าย เคลื่อนตัวสะดวก ประหยัดเชื้อเพลิง และบรรทุกของได้มากกว่ามอเตอร์ไซค์ ทั้งราคาค่าบริการก็ไม่แพง

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันรถตุ๊กตุ๊กเป็นรถที่ถูกจำกัดจำนวน โดยเมื่อปี พ.ศ. 2530 ทางราชการออกกฎห้ามจดทะเบียนรถตุ๊กตุ๊กรับจ้างเพิ่ม โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ นนทบุรี และนครราชสีมา แต่อนุโลมให้กับรถตุ๊กตุ๊กส่วนบุคคลที่นำไปประยุกต์ใช้งานเฉพาะอย่างได้ ทำให้ปัจจุบันมีรถตุ๊กตุ๊กที่วิ่งอยู่บนท้องถนนในกรุงเทพฯ รวมกันประมาณ 7,400 คันเท่านั้น และรวมทั่วประเทศมีประมาณ 3 หมื่นกว่าคัน

-เรือโดยสาร
การคมนาคมทางน้ำเป็นการขนส่งที่มีราคาถูกที่สุด ส่วนมากใช้ขนส่งสินค้าที่มีน้ำหนักมากและไม่ต้องการความรวดเร็วนัก ประเทศไทยมีท่าเรือหลัก คือ ท่าเรือกรุงเทพ (คลองเตย) และท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดระยอง
สำหรับการเดินทางโดยเรือในเขตกรุงเทพฯ มีบริการเรือด่วนเจ้าพระยารับ-ส่งผู้โดยสารตลอดเส้นทางการเดินเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา จำนวน 34 ท่า

เรือ โดยแยกออกเป็น 4 สาย คือ
1. เรือด่วนประจำทาง จอดรับส่งผู้โดยสารจำนวน 34 ท่าเรือ
2. เรือด่วนพิเศษธงส้ม จอดรับส่งผู้โดยสารจำนวน 19 ท่าเรือ
3. เรือด่วนพิเศษธงเหลือง จอดรับส่งผู้โดยสารจำนวน 11 ท่าเรือ
4. เรือด่วนพิเศษธงฟ้า จอดรับส่งผู้โดยสารจำนวน 3 ท่าเรือ
นอกจากนี้ยังมีบริการเรือโดยสารข้ามฟากบริเวณท่าช้าง ท่าพระจันทร์ ท่าเตียน ท่าเทเวศร์ ท่าคลองสาน ท่าสี่พระยา ฯลฯ และมีบริการเรือหางยาวโดยสารแล่นตลอดลำคลองแสนแสบ คลองลาดพร้าว คลองบางกอกน้อย และคลองต่างๆ ด้วย

นักท่องเที่ยวสามารถสอบถามข้อมูลการเดินทางของเรือด่วนเจ้าพระยาได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2623-6143 หรือทางเว็บไซต์ http://www.chaophrayaboat.co.th
สำหรับการเดินทางทางเรือไปยังเกาะต่างๆ ในทะเลภาคใต้และภาคตะวันออก หรือการเดินทางล่องเรือตามแม่น้ำ คลอง และแหล่งน้ำต่างๆ ทั่วประเทศ มีบริการเรือโดยสารและเรือเช่าของบริษัทเอกชนเป็นจำนวนมาก นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลการเดินทางและราคาการให้บริการได้จากบริษัทผู้ประกอบการ หรือจากบริษัททัวร์ที่จัดนำเที่ยวในเส้นทางนั้นๆ โดยตรง

-มอเตอร์ไซค์
การเดินทางด้วยรถมอเตอร์ไซค์นั้นเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวหลายๆ คน เนื่องจากจะได้ชื่นชมบรรยากาศระหว่างการเดินทาง ตื่นเต้นเร้าใจ และยังประหยัดน้ำมันอีกด้วย หากคุณมีรถมอเตอร์ไซค์อยู่แล้ว ก็สามารถเดินทางได้ทันที ไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมากนัก นอกจากการวางแผนเส้นทาง และเติมน้ำมันไว้เต็มถัง ส่วนผู้ที่ไม่มีรถมอเตอร์ไซค์เป็นของตนเอง ก็สามารถติดต่อเช่ารถได้จากบริษัทรถเช่าทั่วไป ราคาแตกต่างกันไปตามแต่ประเภทของรถ และเครื่องยนต์ แค่นี้คุณก็จะสามารถท่องเที่ยวได้อย่างอิสระตามที่คุณต้องการ

 -จักรยาน
ปัจจุบันการเดินทางท่องเที่ยวโดยใช้จักรยานเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบผจญภัยและรักษาสิ่งแวดล้อม เพราะจักรยานเป็นพาหนะที่ไม่มีควันพิษและสิ่งตกค้างอื่นๆ จึงไม่สร้างมลภาวะและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ทั้งยังไม่ส่งเสียงดัง มีระบบกลไกที่ไม่ซับซ้อน และเข้าถึงได้แทบทุกสภาพพื้นที่โดยไม่ต้องการเชื้อเพลิง ผู้ขี่จึงสามารถสัมผัสกับธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด โดยไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องความห่างไกลความเจริญ เป็นกิจกรรมท่องเที่ยวประเภทอนุรักษ์ธรรมชาติที่ดีอีกอย่างหนึ่ง ที่ผู้ขี่ได้ประโยชน์ทั้งจากการออกกำลังกายและการท่องเที่ยวไปพร้อมๆ กัน

นับตั้งแต่เกิดภาวะราคาน้ำมันสูงและภาวะโลกร้อน ทั่วโลกก็กลับมาให้ความสำคัญกับการใช้จักรยานเป็นพาหนะมากขึ้น รวมถึงประเทศไทยด้วย ปัจจุบันในประเทศไทยมีการสร้างทางสำหรับจักรยานควบคู่ไปกับทางสำหรับรถยนต์มากขึ้น ทั้งในเขตเมืองใหญ่ๆ เช่น กรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวต่างๆ ไปจนถึงเมืองขนาดเล็กทั่วประเทศ มีการตั้งกลุ่มและชมรมต่างๆ ในหมู่ผู้รักการขี่จักรยานมากขึ้นในทุกภูมิภาคของประเทศ รวมทั้งมีการจัดขี่จักรยานท่องเที่ยวตามเส้นทางต่างๆ ทั้งระยะใกล้และระยะไกลทั่วประเทศมากขึ้นด้วย

 -รถบ้าน
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการท่องเที่ยวธรรมชาติ หรือผู้ที่ต้องเดินทางไกลบ่อยๆ ที่ไม่อยากเสียค่าที่พักและไม่ต้องการความเร่งด่วนมากนัก มอเตอร์โฮม หรือที่เรียกกันว่ารถบ้าน หรือโฮมคาร์ (Home Car) หรือแค้มปิ้งคาร์ (Camping Car) ที่รวบรวมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ จากชีวิตในบ้าน ทั้งเตียงนอน ห้องน้ำ โต๊ะอาหาร เครื่องปรับอากาศ เตาไมโครเวฟ และตู้เย็น มาไว้บนรถ เพื่อให้การเดินทางด้วยรถเป็นเสมือนบ้านเคลื่อนที่ได้ ก็นับเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะใช้เป็นยานพาหนะแล้ว ยังเป็นที่พักอาศัยหรือเป็นสถานที่ทำงานส่วนตัวเคลื่อนที่ได้อีกด้วย

ปัจจุบันประเทศไทยมีบริษัทเอกชนที่ให้บริการเช่าและขายรถมอเตอร์โฮมอยู่บ้าง ทั้งแบบรถใหญ่ขนาดรถบัส และแบบขนาดเล็กที่ดัดแปลงจากรถกระบะ แต่ยังมีจุดจอดพักรถที่สามารถต่อน้ำประปาและไฟฟ้ามาใช้งานภายในรถได้เพียงไม่กี่แห่ง เช่น ที่รีสอร์ตของเอกชนใกล้เขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ แต่ในอนาคตน่าจะมีสถานที่แบบนี้เพิ่มมากขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้รถประเภทนี้

 -ขับรถในประเทศไทย
การคมนาคมในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นการเดินทางโดยทางรถ เนื่องจากมีความสะดวกสบาย และไปถึงที่หมายได้ทุกที่ โดยศูนย์กลางของการเดินทางทางรถอยู่ที่กรุงเทพฯ ทางหลวงแผ่นดินที่สำคัญของไทย ได้แก่ ถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) ถนนมิตรภาพ (ทางหลวงหมายเลข 2) ถนนสุขุมวิท (ทางหลวงหมายเลข 3) และถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) และยังมีทางหลวงพิเศษอีก 2 เส้นทาง คือ มอเตอร์เวย์ กรุงเทพฯ-ชลบุรี (ทางหลวงหมายเลข 7) และถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ-ทางหลวงหมายเลข 9)

การเดินทางด้วยรถยนต์ในประเทศไทยมีความสะดวกสบาย เพราะมีจุดจอดพักรถและสถานีบริการน้ำมัน ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งร้านอาหาร ห้องสุขา ร้านสะดวกซื้อ และสถานบริการซ่อมบำรุงและตรวจสภาพรถเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะริมทางหลวง จึงทำให้การเดินทางโดยรถยนต์เป็นที่นิยมมากที่สุด

-เครื่องบินเช่าเหมาลำ
หากคุณต้องการที่จะเดินทางโดยเครื่องบิน แต่ไม่ต้องการที่จะเดินทางกับเที่ยวบินปกติ ไม่ว่าจะเดินทางไปในจังหวัดที่สายการบินปกติอยู่แล้ว หรือเดินทางไปยังสถานที่ที่ไม่มีบริการสายการบินทั่วไป ในประเทศไทยมีหลายบริษัทที่บริการเที่ยวบินส่วนบุคคล ที่จะเป็นตัวเลือกในการเดินทางให้กับคุณได้ท่องเที่ยวเมืองไทยอย่างไม่มีขีดจำกัด

การเดินทาง
■พาหนะ
■สายการบิน
■รถบริการรับส่งสนามบิน
■รถประจำทาง
■รถเช่าพร้อมคนขับ
■รถเช่า
■รถแท็กซี่
■รถไฟฟ้า BTS
■รถไฟใต้ดิน MRT
■รถไฟ
■ตุ๊กตุ๊ก
■เรือโดยสาร
■มอเตอร์ไซค์
■จักรยาน
■รถบ้าน
■ขับรถในประเทศไทย
■เครื่องบินเช่าเหมาลำ
■การเดินทางในประเทศไทย
■สนามบินในประเทศไทย.
■ศูนย์ข้อมูลสำหรับนักท่องเที่ยว

ข้อมูลจำเป็นสำหรับนักท่องเที่ยว
ศูนย์ข้อมูลสำหรับนักท่องเที่ยว
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มีศูนย์ข้อมูลสำหรับให้บริการนักท่องเที่ยว แต่ละแห่งมีเวลาเปิด–ปิดที่แตกต่างกัน โดยศูนย์ข้อมูลที่ตั้งอยู่ที่สำนักงานของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยทุกแห่งและศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวที่ถนนราชดำเนินนอก จะเปิดให้บริการทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. นอกจากนี้ยังมีศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวอยู่ทั่วประเทศในเกือบทุกจังหวัด โดยเฉพาะตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ

อย่างไรก็ตาม ททท. มีบริการ TAT Call Center ให้สอบถามข้อมูลและข่าวสารด้านการท่องเที่ยวจากศูนย์บริการข่าวสารการท่องเที่ยวโดยตรง ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1672 เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00-20.00 น. โดยสามารถเลือกใช้บริการได้ 3 รูปแบบ คือ รับข้อมูลท่องเที่ยวทางโทรสาร รับฟังข้อมูลจากระบบอัตโนมัติ และบริการตอบข้อมูลทางโทรศัพท์โดยพนักงาน Call Center

นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลท่องเที่ยวได้จากตำรวจท่องเที่ยว ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1155 บริการตลอด 24 ชั่วโมง

Blog Stats

  • 274,283 hits
%d bloggers like this: