กินอยู่อย่างมีคุณภาพ

ในภาวะการณ์ปัจจุบันสิ่งแวดล้อมรอบๆตัวเราเต็มไปด้วยมลพิษ ทำให้คนรุ่นใหม่หันมาใส่ใจคุณภาพกันมากขึ้น ผมก็เป็นอีกหนึ่งคนที่เริ่มที่จะหันมาใส่ใจเร่องสุขภาพ วันนี้ขอนำเสนอบทความดีๆเกี่ยวกับสุขภาพ จากนิตยสาร SME Thailand  ฉบับ กันยายน 2553 ซึ่งผมว่าเป็นบทความที่ดีมากและมีประโยชน์มากครับ

1. ละเลิกพฤติกรรม  “ท้องแตกดีกว่าของเหลือ แล้วหันมาปฏิบัติตามวิถี “ฮารา ฮาชิบุ” แบบชาวโอกินาวาของญี่ปุ่น เพราะโอกินาวา ขึ้นชื่อว่าเป็นเกาะที่มีจำนวนประชากรอายุยืนมากที่สุดในโลก ฮารา ฮาชิบุหมายถึงการกินอาหารแบบไม่ต้องอิ่มจัดชนิดพุงกาง แต่ให้อิ่มท้องเพียง 80% เพราะสมองจะใช้เวลาประมาณ 20 นาทีในการสั่งงานไปยังกระเพาะให้หยุดกินหลังจากร่างกายรับอาหารเพียงพอแล้ว  มือถัดไปลองทดลองดูก็ได้ค่ะ กินจนใกล้ๆจะอิ่มแล้วหยุดประมาณ 20 นาทีจากนั้น เราจะรู้สึกอิ่มกำลังดี นอกจากนั้น ค่อยๆ เคี้ยวอาหารให้ละเอียดเพื่อกระเพาะจะได้ไม่ทำงานหนัก ข้อดีของการกินแค่พออิ่ม คือ ไม่รู้สึกอึดอัดและร่างกายไม่สะสมพลังงาน ทำให้ลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคอ้วนรวมถึงโรคภัยต่างๆ ที่จะติดตามมา

2. เน้นบริโภคโปรตีนจากเนื้อปลา   หากเป็นปลาที่ปลอดสารปนเปื้อน  และเป็นปลาจากทะเลน้ำลึกด้วยแล้ว  คุณประโยชน์สาธยายไม่หมด แต่ส่วนใหญ่ก็จะทราบกันว่าเนื้อปลาย่อยง่าย และมักมีไขมันต่ำ ส่วนปลาทะเลที่อุดมด้วยกรดไขมันโอเมก้า-3 ก็มีคุณสมบัติต้านการอักเสบและลดระดับไขมันเลวในเลือด สวีเดนซึ่งติดอันดับประเทศที่มีประชากรเฉลี่ยยืนยาวนั้น อาหารจานหลักของพวกเขาคือปลา ขณะที่ชาวโอกินาวารับประทานปลาโดยเฉลี่ยเกินสามมื้อต่อสัปดาห์ จึงไม่แปลกที่อัตราการเกิดโรค เช่น มะเร็ง โรคหัวใจ และสมองเสื่อมจะน้อยมาก

3. ฉลาดเลือกน้ำมัน จดจำไว้เลยว่าไขมันที่ดีที่สุดคือ ไขมันอิ่มตัวเชิงเดี่ยว ตัวอย่างของไขมันชนิดนี้ได้แก่น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วลิสง และน้ำมันคาโนลา คุณสมบัติ  คือ ช่วยลดคอเลสเตอรอล และเป็นแหล่งวิตามินอีที่ป้องกันโรคหัวใจ และภาวะหลอดเลือแข็ง ที่เกาะครีต ในประเทศกรีซซึ่งเป็นอีกแห่งที่ประชากรมีอายุยืน ผลการศึกษาพบว่าประชากรบนเกาะบริโภคน้ำมันมะกอกเฉลี่ยคนละ 25 กิโลกรัมต่อปี เมื่อพูดถึงกรีซแล้วก็ทำให้นึกถึงอาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนที่ได้ส่วนใหญ่ ประกอบด้วยปลา ผักสด และน้ำมันมะกอก นอกจากเป็นอาหารเพื่อสุขภาพแล้วยังเป็นอาหารที่ใช้ลดน้ำหนักได้ดีอีกด้วย

4. จิบชาแล้วอายุยืน  ไม่ว่าจะชาดำ ชาเขียวหรือชาแดงล้วนมีสารฟลาโวนอยด์ที่ช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์  แต่ปริมาณจะมากน้อยต่างกันไป  ชาวโอกินาวาดื่มชาเขียวเฉลี่ยคนละ 8 ถ้วยต่อวัน ขณะที่ชาวโดมินิกันในหมู่เกาะแคริบเบียนที่มีอายุเกิน 100 ปีดื่มชาผสมน้ำผึ้งแทนน้ำตาล น้ำผึ้งถือเป็นยาอายุวัฒนะอย่างหนึ่ง นอกจากชาแล้วกาแฟก็ดีต่อสุขภาพเช่นกันหากดื่มในปริมาณที่พอเหมาะ ผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยกีฟุในญี่ปุ่นระบุกาแฟวันละถ้วยช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งลำไส้ ขณะที่วารสารทางการแพทย์ของยุโรปรายงานคนที่ดื่มกาแฟ 3-4 ถ้วยต่อวันมีความเสี่ยงต่ออัลไซเมอร์น้อยกว่าคนที่ไม่ดื่มกาแฟเลย

5. จิบเมรัยวันละนิดจิตแจ่มใส  แน่นอนไวน์แดงมาอันดับหนึ่งชาวฝรั่งเศสและอิตาลีที่อายุเท่ามีวิถีชีวิตที่คล้ายคลึงกันอยู่อย่าง คือ นิยมจิบไวน์แดงวัน 1-2 แก้ว ขณะที่ชาวโอกินาวาจิบสาเกซึ่งก็คือ ไวน์ที่ทำจากข้าวเจ้าชนิดหนึ่งนั้นเอง ในไวน์มีสารฟลาโวนอยด์ซึ่งเป็นสารประกอบฟีนอล มีคุณสมบัติต่อต้านอนุมูลอิสระและชะลอการเสื่อมของเซลล์ นอกจากช่วยป้องกันโรคหัวใจแล้ว ยังลดความเสี่ยงของการเป็นโรคสมองเสื่อมอีกด้วย

6.หมั่นขยับแข้งขยับขา  คนที่อายุยืนมักไม่หยุดนิ่งเฉย และคนที่อยู่เฉยๆมักตายเร็ว การออกกำลังกายหากทำให้ถูกมิธีมีแต่ให้คุณ นอกจากทำให้ก้ามเนื้อแข็งแรง ยังลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ เช่นโรคกระดูกพรุน โรคหลอดเลือดหัวใจ ความดันสูง เบาหวาน มะเร็งลำไส้ สุขภาพกายแข็งแรงยังส่งผลต่อสุขภาพจิตอีกด้วย คนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอมักห่างไกลจากโรคซึมเศร้า การออกกำลังกายที่ประหยัดที่สุด คือการเดินแค่วันละ 30 นาที แต่ต้องสม่ำเสมอในบรรยากาศที่ไม่เป็นมลภาวะ

7. มองโรคในแง่ดีและยอมรับความจริง  ความเคลียดเป็นบ่อเกิดของโรคต่างๆ หากเป็นไปได้จงใช้ชีวิตแบบปราศจากมะเร็งทางอารมณ์ ของแบบน้ำอาจเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าลองฝึกจิตดูจะรู้ว่าไม่ยาก ก่อนอื่นต้องปรับทัศนะคติ แม้ความจริงบางอย่างอาจโหดร้าย แต่จงหัดมองโรคในแง่บวก และคิดถึงแต่สิ่งที่ทำให้เกิดความรู้สึกสบายใจ อย่าจริงจังกับทุกเรื่องและปล่อยวางบ้างก็ได้  เวลาเผชิญกับสิ่งท้าทาย ในนึกเสมอว่าทุกปัญหามีทางออก ไม่มีอะไรจีรังยังยืน แล้ววันหนึ่งมันก็จะผ่านไป

Blog Stats

  • 274,283 hits
%d bloggers like this: